วันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ต้นปีกแมลงสาบ,ปีกนางฟ้า รักษาโรคมะเร็งตับ

...













 เรื่องมีอยู่ว่า เพื่อนเป็นมะเร็งตับ อยู่ระหว่างการรักษาตามแผนปัจจุบัน อาการปัจจุบันที่ทานยาแล้วไม่หายคือ ท้องบวม เหมือนคนท้อง
เคยsearchดูพบว่า หญ้าปักกิ่งจะรักษาได้ แต่ ปีกแมลงสาบนี้ได้มาจาก หมอแผนไทยต่างจังหวัด ได้เบอร์มา โทร.จะพาเพื่อนไปรักษา เค้าบอกไม่ต้องมาให้รีบไปหามาทานช่วยลดอาการบวมได้  เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งค่ะ แต่มันหมดทางแล้ว   เจ้าตัวก็ OK ก็เลยหาไปให้ค่ะ ขับรถตระเวณและเดินหา ตามตลาดต้นไม้ใหญ่ เจเจ , บางใหญ่  ไม่น่าเชื่อ หายากจัง งง เลย ได้ที่บางใหญ่หาริมถนนก่อน แล้วถึงเข้าซอย ได้มาแค่ 2 กระถางใหญ่ๆๆเมื่อวันอาทิตย์ที่30มิ.ย.56  เริ่มกินวันจันทร์  วันอังคารที่ 2 เพื่อนโทรมาบอกว่า อาการบวมหายไปแล้ว ท้องแบนอาการแน่นก็หาย ร่างกายกระปรี้กระเปร่า  ดีใจกันทั้งหมด ก็เลยสั่งไว้อีก 5 กระถาง แต่ติดงาน ไปเอาอีกทีวันอาทิตย์มีคนเอาไปแล้วเอาไปก่อนหน้าเรา แป๊บเดียว คนขายวิ่งตามรถที่พึ่งซื้อไปให้ ไม่ทัน กลิ่นรถยังไม่ทันจาง เพราะคิดว่าเราไม่เอาแล้ว เราผิดเอง
สูตรนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคลไม่มีการรับรองใดๆๆทั้งสิ้น แค่ กินแล้ว หายบวม อาการทุเลา มีแรงที่จะทำการรักษาต่อไปเท่านั้น

พวกเรายินดีรับความเสี่ยงเอง แค่ขอ ต้นปีกแมลงสาบ เท่านั้นเอง
ขอให้ส่งมาที่   aeang   98 พระราม3เรสซิเดนท์ ชั้น 20
แขวงบางคอแหลม เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ 10120


ความคิดเห็นที่ 21
เรียนทุกท่าน คนป่วย หายแล้วค่ะ
ตรวจไม่เจอเชื้อแล้วค่ะ ไม่รู้ทำไม ดีใจค่ะ
















การทำนา

...
  
ทำนา หลักๆ มีสามวิธี แบบนาดำ แบบนาหว่าน แบบนาโยน
เอาแบบวิธีง่ายสุด นาหว่าน
แรกเลยเตรียมดิน
ไถกลบซังหรือวัชพืช ......จ้าง
ไถย่ำลูกทุบย่ำซังหรือวัชพืชให้จมดิน.....จ้าง
ไถตีเลนทำเทือก แหวก ร่องทางน้ำ.....จ้าง
ฉีดคุมเลน ส่วนมากใช้โปรฟิต คุมเม็ดหญ้าก่อนงอก.....จ้าง
เตรียมหว่าน
ซื้อพันธุ์ข้าว.....เสียตังค์   เตรียมข้าว.....เสียตังค์
แช่ข้าวงอกคัดเม็ดลีบ.....หนึ่งคืน
เอาน้ำออก หมักให้รากยาว  คืนครึ่ง.....
สองคืนใช้เครื่องยิงหว่านไม่ได้รากยาวไป ติดในท่อเครื่องยิงหว่าน
หว่าน.....จ้าง
สามวันเอาน้ำเข้าท่วมข้าว
สิบวันฉีดยาคุมข้าว เพื่อให้เมล็ดวัชพืชที่ รอดจากการคุมเลนครั้งแรกตาย.....จ้าง
อีกห้าวัน พ่นปุ๋ยยูเรีย  .....จ้าง ซื้อปุยยูเรีย ไร่ละลูก ลูกละ 600 บาท
เช็คระดับน้ำ ไม่ให้ต่ำเกินไปหรือสูงเกินไป
หาแหนแดงมาหว่านคลุมน้ำไม่ให้น้ำตากแดดร้อนเกินไป.....จ้าง
ข้าวเริ่มแตกกอ ทำไตรคอเดอม่ากันรา ขยายเชื้อในข้าวสุก มาหว่าน ...จ้าง
เช็ดระดับน้ำตลอด ฉีดยาฆ่าหญ้า จ้างคนถอนข้าวดีด .....จ้าง
ใส่ปุ๋ย สองตัวหน้า N กับ P  ตัวท้าย K เป็น ศูนย์ ......จ้าง
ข้าวเริ่มพุ่ง เพลี้ยเริ่มมา
ถ้าเพลี้ยเยอะ ฉีดยาอีก  .....จ้าง
เตรียมเกี่ยว
เกี่ยว  .....จ้าง

ลองดูครับ ว่าเราทำเองได้ตอนใหน
นี่เป็นขั้นตอนพื้นฐานเท่านั้นนะครับ จริงๆแล้วยังมีรายละเอียดอีกเยอะครับ
ตั้งแต่เลือกพันธุ์ข้าวปลูก ต้องควรจะเป็นพันธุ์เดียวกันกับนาเพื่อนบ้าน
ไม่งั้นข้าวจะกลายพันธุ์ไปหมดทั้งทุ่ง ได้น้ำหนักผิดไปจากความเป็นจริงครับ
เลือกยาที่ใช้ฉีด ควรต้องเป็นตัวเดียวกันกับนาข้างๆ
ต้องทำพร้อมกัน เวลาเกี่ยวจะได้นัดรถเกี่ยวมาเกี่ยวพร้อมๆกัน เป็นร้อยไร่
ห้าไร่เค้าจะบอกว่าถ้าผ่านไปจะไปเกี่ยวให้ ครับ     .....สารพัด ครับ
ถ้าไม่มีประสพการ แนะนำว่าให้เค้าเช่า
แล้วตกลงค่าเช่ากัน จะสะดวกที่สุดครับ


ทั้งหมดนี้เป็นวิธีทำนาหว่านของ อำเภอโพธาราม ราชบุรี ครับ

   กา  คาบพริก  จาก พันทิพ

วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2556

วิธีปราบยุงง่ายๆ ได้ผลดี


...

ช่วงนี้ ไข้เลือดออกระบาด ไปเจอข้อมูลกับดักยุงรักษาสิ่งแวดล้อม เห็นว่าเป็นประโยชน์ เลยนำมาฝากค่ะ  :)

สิ่งที่ต้องการ:
1. น้ำ ครึ่งแก้ว
2. น้ำตาลทรายแดง หนึ่งช้อนโต็ะ
3. ยีสต์ 1 กรัม(ยีสต์ทำขนมปัง ในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วๆไป) และ
4. ขวดพลาสติกใส (ขวดน้ำอัดลม) 1.5 ลิตร หรือ 2 ลิตร
5. กระดาษสีดำหรือสีทึบ 1แผ่น

วิธีการ:
1. ตัดขวดพลาสติก เป็นสองส่วน เก็บส่วนคอเอาไว้
2. ผสมน้ำตาลกับน้ำร้อน ปล่อยให้เย็น เมื่อเย็น เทลงก้นขวด
3. ใส่ยีสต์ลงไปในน้ำผสมน้ำตาลกับน้ำร้อน ไม่ต้องคน มันจะสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
4. วางส่วน คว่ำ กรวยที่เป็นอีกครึ่งหนึ่งของขวดสวมกลับไปที่ฐาน ผันเทปกาวให้ติดกันสนิทตามรูป
5. ห่อด้วยกระดาษสีดำหรือสีทึบ 
6. นำไปวางในที่มืด ตามมุมบ้านของคุณ หรือสวนหลังบ้าน 

ในสองสัปดาห์ คุณจะเห็นจำนวนยุงและยุงที่ตายภายในขวด
ใช้วิธีนี้มีประโยชน์มากใน โรงเรียน โรงพยาบาล บ้าน ranches ฟารม์ ฯลฯ โดยที่ไม่ต้องฉีดหรือผ่นสารเคมีซึ่งมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และครอบครัวค่ะ

ลองทำกันดูนะคะ ^o^

ชอบใจเนื้อหาในเพจสุขภาพของเรา ฝากกด "LIKE" ที่หน้าแฟนเพจ 

ติดตามข้อมูลสุขภาพที่ Be Healthy นำมาแบ่งปันให้ทุกวัน ได้ที่
== > https://www.facebook.com/behealthyonline
เป็นกำลังใจและช่วยกันดูแลสุขภาพที่ดีให้กันและกันนะคะ ขอบคุณมากค่ะ :)

ขอบคุณข้อมูลจากคุณ Teerayut Unsorn, Paolo Memorial Hospital




ช่วงนี้ ไข้เลือดออกระบาด ไปเจอข้อมูลกับดักยุงรักษาสิ่งแวดล้อม เห็นว่าเป็นประโยชน์ เลยนำมาฝากค่ะ :)

สิ่งที่ต้องการ:
1. น้ำ ครึ่งแก้ว
2. น้ำตาลทรายแดง หนึ่งช้อนโต๊ะ
3. ยีสต์ 1 กรัม(ยีสต์ทำขนมปัง ในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วๆไป) และ
4. ขวดพลาสติกใส (ขวดน้ำอัดลม) 1.5 ลิตร หรือ 2 ลิตร
5. กระดาษสีดำหรือสีทึบ 1แผ่น

วิธีการ:
ตัดขวดพลาสติก เป็นสองส่วน เก็บส่วนคอเอาไว้
ผสมน้ำตาลกับน้ำร้อน ปล่อยให้เย็น เมื่อเย็น เทลงก้นขวด
ใส่ยีสต์ลงไปในน้ำผสมน้ำตาลกับน้ำร้อน ไม่ต้องคน มันจะสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
วางส่วน คว่ำ กรวยที่เป็นอีกครึ่งหนึ่งของขวดสวมกลับไปที่ฐาน ผันเทปกาวให้ติดกันสนิทตามรูป
ห่อด้วยกระดาษสีดำหรือสีทึบ 
นำไปวางในที่มืด ตามมุมบ้านของคุณ หรือสวนหลังบ้าน


ในสองสัปดาห์ คุณจะเห็นจำนวนยุงและยุงที่ตายภายในขวด
ใช้วิธีนี้มีประโยชน์มากใน โรงเรียน โรงพยาบาล บ้าน ranches ฟารม์ ฯลฯ โดยที่ไม่ต้องฉีดหรือผ่นสารเคมีซึ่งมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และครอบครัวค่ะ

ลองทำกันดูนะคะ ^o^
ติดตามข้อมูลสุขภาพที่ Be Healthy นำมาแบ่งปันให้ทุกวัน ได้ที่


เป็นกำลังใจและช่วยกันดูแลสุขภาพที่ดีให้กันและกันนะคะ ขอบคุณมากค่ะ :)

ขอบคุณข้อมูลจากคุณ Teerayut Unsorn, Paolo Memorial Hospital


วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ความลับของมือถือ ที่เราไม่รู้


...

ความลับของมือถือ ที่เราไม่รู้ เพราะคนขายไม่บอก

ใครที่ใช้โทรศัพท์มือถือตั้งใจอ่า
นดีๆ อ่านจบแล้วจะรู้ว่ามือถือไม่ได้มีไว้สำหรับ โทรเข้า-โทรออกเท่านั้น
แต่ยังมีเคล็ดลับที่เพื่อนๆยังไม่รู้ซ่อนไว้อยู่
ถ้าอยากรู้ว่ามีไรอะไรบ้าง
ลองเข้ามาดูกัน

1. หมายเลขสากลฉุกเฉิน 112 ใช้ได้ทั่วโลก ถ้าเกิดเราหลงไปอยู่ในเขตที่ไม่มีสัญญาณเลย แต่มีเหตุด่วนเหตุร้ายให้กด 112 แล้วมันจะหาเบอร์ให้เองอัตโนมัติแม้แต่เราล็อคปุ่ม
ก็ยังกดเบอร์ นี้ได้ ทีนี้เราก็รอดตายแล้ว

2. ใช้ในกรณีที่ลืมกุญแจไว้ในรถ... สำหรับรถที่ใช้ Remote Key
ถ้ารถล็อคไปแล้ว แต่เรามีกุญแจสำรองอยู่ที่บ้าน ให้โทรไปหาคนที่อยู่ที่บ้านด้วยมือถือ (เราต้องโทรไปหาเบอร์มือถือของเขาด้วยนะ) เมื่อเขารับแล้วให้เราบอกเขาให้กดปุ่ม unlock บนกุญแจสำรองในขณะที่เราถือมือถือให้ห่างจากประตูรถประมาณ 1 ฟุต
(คนที่อยู่บ้านที่เราวานให้กดต้องเอากุญแจไปจ่อใกล้กับมือถือของเขาในขณะที่กดปุ่ม) ประตูรถก็จะเปิดออกเหมือนเรากดปุ่มรีโมทด้วยตัวเอง ระยะทางไม่มีปัญหาแม้รถกับบ้านจะอยู่ห่างกันเป็นร้อยๆ กม. ก็ตาม

3. กรณีแบ็ตใกล้จะหมด *3370# สำหรับมือถือ Nokia
ถ้าเกิดถ่านเหลือน้อยเต็มทีจนใกล้ดับแต่เราจำเป็นต้องโทรออกให้กด *3370# มันจะรีดพลังสำรองที่ซ่อนออกมาแล้วแสดงให้เห็นว่า เพิ่มพลังถ่านให้ขึ้นมาอีก 50% และมันจะชดเชยส่วนสำรอง นี้ในการชาร์จแบตครั้งต่อไป

4. ถ้าโทรศัพท์หายต้องการทำให้ใช้ไม่ได้ตลอดไป ในกรณีนี้เราต้องใช้หมายเลข serial number ประจำเครื่อง ซึ่งมี 15-17 หน่วย การที่จะทราบหมายเลขนี้กด *#06# แล้วหมายเลขประจำเครื่องก็จะขึ้นมาให้เห็นทันทีเหมือนเล่นกล จดไวแล้วเก็บไว้ให้ดี....ที่นี้ถ้ามือถือหายหรือตกหล่น ให้โทรไปที่ศูนย์แล้วแจ้งหมายเลขให้เขาไป เขาก็จะบล็อคเครื่องของเราให้แล้วทีนี้มือถือที่หายไปจะใช้ไม่ได้อีกเลย ถึงแม้ว่าคนขโมยไปจะเปลี่ยน sim card มันก็จะยังใช้ไม่ได้อยู่ดี แบบนี้สะใจดีโดยเฉพาะพวกที่ชอบโขมยมือถือ

วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2555

รถ 1 คันที่ซื้อ..เราจ่ายภาษีกันเท่าไร ?

...

รถ 1 คันที่ซื้อ...เราจ่ายภาษีกันเท่าไร ?

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์


โครงสร้างการคิดภาษีรถยนต์ในประเทศไทย จะแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้

กรณีที่ 1 รถนำเข้าสำเร็จรูปจากต่างประเทศ

การ คิดภาษีสำหรับรถนำเข้านั้น จะคิดจากราคา CIF (Cost+Insurance+Freight) ซึ่งก็คือ ราคาขายของรถบวกด้วยค่าอากร ค่าประกันภัย และค่าขนส่งจากต่างประเทศ มาถึงที่ท่าเรือที่ประเทศไทย ราคา CIF นี้จะถูกระบุไว้ในเอกสารการนำเข้า ในที่นี้สมมติให้ราคา CIF เท่ากับ 100 บาท ภาษีที่ต้องจ่ายจะประกอบไปด้วย

1.อากรขาเข้า ภาษีแรกที่ผู้นำเข้าต้องจ่าย ณ ท่าเรือก่อนนำรถออกจากท่าเรือเข้ามาในประเทศ ในอัตรา 80% ของราคา CIF ซึ่งเท่ากับ 80 บาท

2.ภาษี สรรพสามิต ซึ่งกรมศุลกากรจะเก็บภาษีนี้พร้อมกับอากรขาเข้า ภาษีสรรพสามิตนี้จะถูกเก็บในอัตราต่างกันตั้งแต่ 30-50% ขึ้นอยู่กับความจุกระบอกสูบ หรือขนาดเครื่องยนต์ เช่น รถยนต์ขนาดไม่เกิน 2,000 ซีซี ที่ถูกจัดเก็บในอัตรา 30% ของราคา CIF รวมกับภาษีอากรขาเข้า โดยใช้สูตรการคำนวณการจัดเก็บ ที่เรียกว่า "ฝังใน"

คือ = {(100+80)x30%} 1-(1.1x30%)

3.ภาษี มหาดไทย ชื่อภาษีมีที่มาจากภาษีที่เก็บได้นี้ถูกนำไปบริหารประเทศโดยกระทรวงมหาดไทย ซึ่งภาษีมหาดไทยจะคิดที่อัตรา 10% ของภาษีสรรพสามิต เพื่อส่งให้กระทรวงมหาดไทย

4.ภาษีมูลค่าเพิ่ม ในอัตรา 7% ของราคา CIF+อากรขาเข้า+ภาษีสรรพสามิต+ภาษีมหาดไทย

ซึ่ง เมื่อรวมภาษีทั้ง 4 ชนิดเข้าด้วยกันแล้ว จากราคารถสมมติที่ 100 บาท จะกลายเป็น 287.5-428.0 บาท (ขึ้นอยู่กับความจุกระบอกสูบ) ซึ่งมูลค่าดังกล่าวนี้ยังไม่รวมอัตรากำไร และค่าดำเนินการอื่น ๆ ของบริษัทผู้จำหน่าย ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เราจะเห็นรถราคา 1 ล้านในเมืองนอกมาขายที่บ้านเราในราคา 3-4 ล้านบาท เพราะภาระภาษีมันสูงเช่นนี้นี่เอง

กรณีที่ 2 รถที่ผลิตในประเทศไทย

ผู้ ผลิตจะนำชิ้นส่วนรถยนต์เข้ามาจากต่างประเทศเป็นบางรายการ
1.อากรขาเข้า จะถูกจัดเก็บตามอัตราที่กรมศุลกากรกำหนด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดหรือพิกัดของชิ้นส่วนนั้น ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 30% ของราคา CIF ถ้าใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศทั้งหมดก็จะไม่เสียภาษีในส่วนนี้

2.ภาษี สรรพสามิต (อันนี้นี่แหละที่เขาจะคืนให้สำหรับรถคันแรก) จะถูกจัดเก็บอัตราเดียวกับการนำเข้ารถทั้งคันจากต่างประเทศ โดยคำนวณจากราคาหน้าโรงงาน และกรมสรรพสามิตจะพิจารณารับราคาหน้าโรงงานนี้ไม่ต่ำกว่า 76% ของราคาขายปลีกที่ขายให้กับผู้บริโภค คือ ถ้าราคาขายปลีกอยู่ที่ 100 บาท (รถยนต์ไม่เกิน 2,000 ซีซี) ก็จะใช้ราคาหน้าโรงงานที่ 76 บาทมาคำนวณตามสูตร "ฝังใน" เพื่อให้ได้ภาษีสรรพสามิต

3.ภาษีมหาดไทย คิดที่อัตรา 10% ของภาษีสรรพสามิต เพื่อส่งให้กระทรวงมหาดไทย

4.ภาษี มูลค่าเพิ่ม 7% กรมสรรพากรเป็นผู้จัดเก็บ เหมือนกรณีที่ 1 สมมติให้รถขนาดไม่เกิน 2,000 ซีซี ราคารถหน้าโรงงานอยู่ที่ 100 บาท ภาษีสรรพสามิตก็จะอยู่ที่ 80.60 บาท บวกด้วยภาษีมหาดไทย 8.1 บาท และภาษีมูลค่าเพิ่ม 13.2 บาท ก็จะได้ราคาขายปลีกเท่ากับ 201.9 บาท หรือถ้าคิดในมุมกลับภาษีรวมของรถที่ผลิตในประเทศจะมีมูลค่าประมาณ 40-70% ของราคาขายปลีก ซึ่งจะขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่องยนต์ ยิ่งปริมาตรกระบอกสูบมาก มูลค่าภาษีก็จะสูงตาม

ตัวอย่างเช่น ถ้าซื้อรถที่ผลิตในประเทศ เครื่องยนต์ 1,800 ซีซี ในราคา 7 แสนบาท หมายความว่า เราได้จ่ายภาษีให้รัฐประมาณ 2.8-3 แสนบาท

ในขณะที่ภาษีรวมของรถนำเข้าจะคิดจากราคาขายปลีกไม่ได้ เพราะยังไม่ได้รวมกำไรและค่าดำเนินการของผู้นำเข้า ฉะนั้นต้องคิดจากราคาทุน ซึ่งจะมีมูลค่าภาษีอยู่ที่ประมาณ 200-300% ของราคาต้นทุน

สรุปให้เห็น ง่าย ๆ ก็คือ 
รยนต์ 1 คัน จะต้องเสียภาษี
1. ชิ้นส่วนอะหลั่ย ที่นำเข้าจากต่างประเทศ
2. ภาษีสรรพสามิต ของรถทั้งคัน ไม่ต่ำกว่า 76 % ของราคาขาย
3. ภาษีมหาดไทย คิดที่อัตรา 10% ของภาษีสรรพสามิต
4. ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือVAT. 7 %


รัฐ คืนให้เฉพาะ ภาษีสรรพสามิต ที่ผู้ซื้อจ่าย ไปก่อนแล้วขณะที่ซื้อ
และจะได้รับคืน หลังจากจดทะเบียนและครอบครองรถ ไปแล้ว 1 ปี
โดยมีเงื่อนไข ห้ามโอนก่อน 5 ปี
คืนภาษีสรรพสามิต ตามจำนวนผู้ซื้อ 
ผู้ซื้อจำนวนมาก  ก็ต้องจ่ายคืนมาก
ผู้ซื้อจำนวนน้อย  ก็จ่ายคืนน้อย
ไม่มีผู้ซื้อ รัฐไม่ต้องจ่ายคืน  แต่จะขาดรายได้ ภาษีตัวอื่น
รัฐไม่ต้องชักเนื้ออะไร ? เพราะเป็นเงินของผู้ซื้อ ที่คืนให้ 
แถมยังได้ดอกเบี้ย อีก 1 ปี เข้ารัฐ ก่อนจ่ายคืน

นโยบายรัฐบาล คืนภาษีรถยนต์ใหม่คันแรก เป็นนโยบายที่ประสพความสำเร็จดียิ่ง
มีจุดประสงค์ใหญ่ก็คือ กระตุ้นเศรฐษกิจในด้านอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ อุตสาหกรรมรถยนต์  ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา  ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างมากและทำท่าจะซบเซาลง  เพราะ แรก ๆ ได้ข่าวว่าจะย้ายฐานไปที่อื่นกันและก็ได้ผล ค่ายรถยนต์ต่าง ๆ หลายค่าย เพิ่มการลงทุน ย้ายฐานการผลิตมาที่ไทยมีการจ้างงานเพิ่มขื้น   คนงานมีรายได้เพิ่มขึ้น  รวมทั้งธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกัน ไม่ว่าชิ้นส่วนอะหลั่ยต่าง ๆ ที่ผลิตในประเทศ  อุปกรณ์ตบแต่งรถ รวมทั้งเครื่องหนัง พลาสติก เบาะรถยนต์ เป็นต้น ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจ ก่อสร้างก็ได้รับผลดีไปด้วย และเศรฐกิจโดยรวมก็ย่อมได้รับผลดีไปด้วย เมื่อประชาชนมีรายได้ดี ก็ย่อมมีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น และรัฐก็จัดเก็บภาษีได้

วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2555

อัตราค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูงของไทย


...
 ไทรัฐ  26 ส.ค. 55

ประเทศไทยกำลังจะมี 'ม้าเหล็ก' ความเร็วสูงใช้
กระทรวงคมนาคมเตรียมเร่งรัดก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง 5 เส้นทาง ประกอบด้วย 
กรุงเทพฯ-เชียงใหม่,
กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี,
กรุงเทพฯ-นครราชสีมา-หนองคาย
กรุงเทพฯ-หัวหิน-ปาดังเบซาร์ และ
กรุงเทพฯ-ระยอง 

สายเหนือ
กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-นครสวรรค์ (หนองปลิง)
เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 12 นาที ค่าโดยสาร 384 บาท
กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-พิษณุโลก
เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 54 นาที 36 วินาที ค่าโดยสาร 611 บาท
กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-เด่นชัย เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง 38 นาที ค่าโดยสาร 845 บาท
กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-เชียงใหม่ เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 43 นาที 48 วินาที ค่าโดยสาร 1,190 บาท

สายตะวันออกเฉียงเหนือ:
กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-นครราชสีมา เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 16 นาที ค่าโดยสาร 410 บาท
กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-ขอนแก่น เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง 13 นาที ค่าโดยสาร 709 บาท
กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-หนองคาย เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 4 นาที ค่าโดยสาร 984 บาท
กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-สุรินทร์ เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง 3 นาที ค่าโดยสาร 661 บาท
กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-อุบลราชธานี เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง 51 นาที ค่าโดยสาร 912 บาท

สายใต้: 
กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-หิวหิน เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 6 นาที ค่าโดยสาร 360 บาท
กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-แม่กลอง-หิวหิน เวลาเดินทาง 0 ชั่วโมง 55 นาที  ค่าโดยสาร 295 บาท 
กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-สุราษฎร์ธานี เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 14 นาที ค่าโดยสาร 1,037 บาท
กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-หาดใหญ่ เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง 41 นาที ค่าโดยสาร 1,499 บาท
กรุงเทพ (สถานีกลางบางซื่อ)-ปาดังเบซาร์ เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง 54 นาที ค่าโดยสาร 1,571 บา

สายตะวันออก: 
กรุงเทพ (สถานีกลางมักกะสัน)-ฉะเชิงเทรา-ระยอง เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 6 นาที ค่าโดยสาร 350 บาท
กรุงเทพ (สถานีกลางมักกะสัน)-บางปะกง-ระยอง เวลาเดินทาง 0 ชั่วโมง 58 นาทีี ค่าโดยสาร 305 บาท
กรุงเทพ (สถานีกลางมักกะสัน)-ฉะเชิงเทรา-จันทร์บุรี เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 39 นาที ค่าโดยสาร 530 บาท
กรุงเทพ (สถานีกลางมักกะสัน)-ฉะเชิงเทรา-อรัญประเทศ เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 15 นาที ค่าโดยสาร 400 บาท

วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เรื่องการเติมลมยาง "ไนโตรเจน"

...
hua moung ประชาทอล์ค


1.ช่วยประหยัดน้ำมัน
-จากการพิสูจน์ในอเมริกา รถที่เติมลมด้วยไนโตรเจน อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันจะลดลง
โดยจำนวนระยะทางที่วิ่งได้ต่อน้ำมัน 1 แกลอน จะสูงขึ้น 1 ถึง 1.5 ไมล์
เพราะอุณหภูมิของล้อที่ลดลง เมื่อใช้ลมยางไนโตรเจน จะช่วยลดแรงเสียดทานในการหมุนของยาง จึงช่วยประหยัดน้ำมัน

2.ปลอดภัยยิ่งขึ้น
3ทำให้อุบิตเหตุที่มีสาเหตุจากยางลดลง เพราะไนโตรเจนจะช่วยรักษาอุณหภูมิของยาง
อย่างที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้ความดันภายในลมยางขายตัวได้น้อย
จึงช่วยรถอุบัติเหตุจากการระเบิดของยางที่เกิดจากความร้อน

3.ไม่ต้องตรวจเช็คลมยางบ่อย
3เพราะไนโตรเจนมีอะตอมขนาดใหญ่กว่า ออกซิเจนมาก ทำให้ซึมเข้าออกเนื้อยางได้ยากกว่าออกซิเจน ดังนั้นลมยางจึงไม่ค่อยลดลง

4.ช่วยยืดอายุยาง
3มีผลมากกับยางที่ใช้น้อยแต่ใช้มาเป็นเวลานานๆ เพราะการเติมลมยางปกติ ที่มีออกซิเจนผสม
อยู่มากจะเข้าไปทำปฎิกิริยากับเคมีในเนื้อยาง ทำให้เสื่อมสภาพเร็วกว่าไนโตรเจน
นอกจากนี้การที่อุณหภูมิร้อนน้อยกว่าทำให้ยากสึกหรอน้อยกว่าอีกด้วย



อื่น ๆ
1 อุณหภูมิยางจะไม่สูง และเย็นเร็วหลังจากวิ่งมาทางไกลๆที่ความเร็วสูงได้ระดับ
(ห้ามเทียบกับรถติด แล้วต้องคลานไปนะครับ)
2 ระดับแรงดันลมยางจะสมำเสมอเมื่อเราใช้ไป เรียกว่าลืมการตรวจสอบลมยางเลย
มันไม่เปลี่ยนแปลงรั่วซึมง่าย
3 การเกาะถนนจะดีในระดับลมยางที่ถูกต้อง เพราะถ้าล้มยางร้อนการขยายตัวของอากาศจะสูงการเกาะถนนจะไม่ดี โอกาสยางระเบิดมีมากในวิ่งทางไกล